กลุ่มที่1 การสังเกตและะบันทึกพฤติกรรม
กิจกรรมที่ 1 ทบทวนความรู้ด้วย Kahoot
กิจกรรมที่ 2 ฝึกปฏิบัติและบันทึกพฤติกรรมจากสื่อวิดีทัศน์
สะท้อนคิด
จากการทำกิจกรรมครั้งนี้ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสังเกตและการบันทึกพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยมากขึ้น โดยกิจกรรม Kahoot ช่วยทบทวนความรู้เกี่ยวกับการสังเกตและทำให้เกิดความสนใจในการเรียนรู้ ส่วนการฝึกปฏิบัติจากสื่อวิดีทัศน์ทำให้ได้ฝึกสังเกตพฤติกรรมของเด็กอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้ว่าการบันทึกพฤติกรรมควรบันทึกตามสิ่งที่เห็นและเกิดขึ้นจริง โดยไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไป สิ่งที่ควรพัฒนาคือ การสังเกตให้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น รวมถึงฝึกจดบันทึกให้กระชับ ชัดเจน และตรงตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้อย่างเหมาะสมต่อไป
ผู้บันทึก
นางสาวณัฐธิดา นาครินทร์
กลุ่มที่ 2 การสนทนา การสัมภาษณ์ และการบันทึกคำพูดเด็ก
กิจกรรมที่ 1 เดาใจน้องอันดา
กิจกรรมที่ 2 ความรู้สึกของหนู (ดูวีดีโอนิทานและตอบคำถาม)
สะท้อนคิด
จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ให้ทดลองสวมบทบาทเป็นเด็กอายุ 4–5 ปี โดยรับชมนิทานหรือการ์ตูนสั้น ๆ แล้วตอบคำถามตามความคิดและความรู้สึกของเด็ก ทำให้ได้เรียนรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความคิดและมุมมองที่แตกต่างกัน แม้จะพบเจอสถานการณ์เดียวกัน เด็กแต่ละคนก็อาจตีความและแสดงความรู้สึกออกมาไม่เหมือนกัน กิจกรรมนี้ทำให้ตระหนักว่า การทำงานกับเด็กปฐมวัยไม่ควรใช้ความคิดหรือประสบการณ์ของผู้ใหญ่เป็นตัวตัดสินพฤติกรรมของเด็ก เพราะบางครั้งสิ่งที่ผู้ใหญ่มองเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เด็กต้องการสื่อสารอย่างแท้จริง ดังนั้น ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กได้พูด แสดงความรู้สึก และอธิบายความคิดของตนเองอย่างอิสระ รวมถึงควรรับฟังและสังเกตเด็กอย่างตั้งใจ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการประเมินพัฒนาการ สิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมนี้คือ ได้เข้าใจมุมมองของเด็กมากขึ้น และเห็นความสำคัญของการไม่ด่วนสรุปหรือคาดเดาความคิดของเด็ก การเป็นครูปฐมวัยจึงควรมีความเข้าใจ ใจเย็น รับฟัง และพยายามมองสิ่งต่าง ๆ ผ่านมุมมองของเด็ก เพื่อให้สามารถส่งเสริมพัฒนาการและตอบสนองความต้องการของเด็กได้อย่างเหมาะสม
ผู้บันทึก
นางสาวณัฐธิดา นาครินทร์
กลุ่มที่ 3 การประเมินตามเกณฑ์และเครื่องมือมาตรฐาน
กิจกรรมที่ 1 แบบประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
สะท้อนคิด
จากการทำกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้การสังเกตและวิเคราะห์พฤติกรรมของเด็กอย่างเป็นระบบ โดยนำพฤติกรรมที่พบจากกรณีศึกษามาใช้ประกอบการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ทำให้เข้าใจว่าการประเมินเด็กควรพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา/ภาษา รวมถึงได้ฝึกใช้เกณฑ์การให้คะแนน 3, 2 และ 1 ตามพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกจริง ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินได้อย่างมีหลักเกณฑ์และเหมาะสม นอกจากนี้ยังได้ฝึกคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงพฤติกรรมของน้องคอปเตอร์กับพัฒนาการในแต่ละด้าน ทำให้มองเห็นทั้งจุดเด่นและด้านที่ควรส่งเสริมของเด็ก เช่น การเคลื่อนไหว การใช้ภาษา การรอคอย และการควบคุมตนเอง อีกทั้งยังได้ฝึกสรุปผลจากข้อมูลที่ประเมิน เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และทำให้เข้าใจบทบาทของครูปฐมวัยมากขึ้นว่าครูควรสังเกต บันทึก ประเมิน และนำผลที่ได้มาวางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
ผู้บันทึก
นางสาวณัฐธิดา นาครินทร์
กลุ่มที่ 4 การจัดทำสารนิทัศน์และแฟ้มผลงาน
กิจกรรมที่ 1
กิจกรรมที่ 2 ใบงานประสาทสัมผัสทั้ง 5
กิจกรรมที่ 3 คิดสนุก ตอบสนุก
สะท้อนคิด
สารนิทัศน์และการจัดทำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการติดตามและประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เพราะสามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถ ความก้าวหน้า และการเรียนรู้ของเด็กในแต่ละช่วงเวลา ผ่านหลักฐานที่หลากหลาย เช่น ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ คำพูด และผลงานของเด็ก ทำให้ครูสามารถมองเห็นพัฒนาการของเด็กได้อย่างชัดเจนและเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือทำ คิด สังเกต ทดลอง และแสดงความสามารถของตนเอง กิจกรรมการเรียนรู้ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและประสาทสัมผัส ผ่านการให้เด็กฝึกสังเกตและจำแนกรสชาติต่าง ๆ เช่น รสหวาน รสเปรี้ยว รสเค็ม รสจืด และรสมัน รวมถึงการใช้เกมคำถามเพื่อทบทวนความรู้ ซึ่งช่วยให้เด็กเกิดความสนุกสนาน มีส่วนร่วมกับกิจกรรม และได้พัฒนาทักษะการคิดและการเรียนรู้ไปพร้อมกัน
ผู้บันทึก
นางสาวณัฐธิดา นาครินทร์
กลุ่มที่ 5 การประเมินทางมิติสังคมและการปฏิสัมพันธ์
กิจกรรมที่ 1 kahoot
กิจกรรมที่ 2 ลองเป็นนักประเมินสังคมมิติ
การพัฒนาเด็กปฐมวัยมีความสำคัญต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในอนาคต โดยเฉพาะพัฒนาการด้านสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว เด็กควรได้รับการส่งเสริมให้รู้จักการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น การสื่อสาร การปฏิบัติตามข้อตกลง รายการควบคุมอารมณ์ตนเอง เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม จากการทำกิจกรรมทำให้ได้เรียนรู้ว่าการประเมินพฤติกรรมทางสังคมสามารถทำได้จากการสังเกตเด็กในสถานการณ์จริง เช่น การเล่น การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน และการแสดงออกระหว่างอยู่ในกลุ่ม ซึ่งช่วยให้เห็นถึงความสัมพันธ์และพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน นอกจากนี้การใช้แบบบันทึกข้อมูลและตารางสรุปการเลือกเพื่อนยังช่วยให้ได้ฝึกวิเคราะห์ความสัมพันธ์ภายในกลุ่มและเข้าใจวิธีประเมินพฤติกรรมทางสังคมอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถนำความรู้จากภาคทฤษฎีมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติจริงและนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการและจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
ผู้บันทึก
นางสาวณัฐธิดา นาครินทร์
กลุ่มที่ 6 การประเมินสุขภาวะทางกายและการปฏิบัติตามสภาพจริง
กิจกรรมที่ 1 พฤติกรรมนี้ใช่หรือไม่ใช่
กิจกรรมที่ 2 kahoot การประเมินตามสภาพจริง
จากการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักสูตรและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ทำให้เข้าใจว่าเด็กในช่วงอายุ 3-6 ปีเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญต่อการวางรากฐานของการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตในอนาคต โดยการส่งเสริมพัฒนาการควรครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามแนวทางของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ว่าการประเมินพัฒนาการเด็กควรเป็นการประเมินจากสภาพจริง โดยครูสังเกตพฤติกรรมและความสามารถของเด็กจากการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเน้นเพียงการใช้แบบทดสอบหรือตัดสินว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง เพราะผลการประเมินสามารถนำมาใช้เพื่อดูความก้าวหน้าและค้นหาด้านที่เด็กควรได้รับการส่งเสริมเพิ่มเติมได้ อีกทั้งยังเข้าใจถึงความสำคัญของการนำข้อมูลที่ได้จากการประเมินมาวิเคราะห์และวางแผนจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กแต่ละคน รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปสื่อสารและร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อช่วยกันส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้เติบโตอย่างเหมาะสมและรอบด้าน
ผู้บันทึก
นางสาวณัฐธิดา นาครินทร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น